วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

การนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศไปประยุกต์ใช้ในองค์กร


(ที่มา: http://simpletast.blogspot.com)

ความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ธุรกิจในปัจจุบันเกิดการแข่งขันสูง มีการคิดค้นพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกสบายในการดำเนินชีวิต การเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้แก่องค์กร จึงได้มีการนำเอาระบบ ICT (Information Communication Technology) หรือ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มาประยุกต์ใช้ในองค์กรต่างๆ เพื่อให้เกิดผลประโยชน์มากมายแก่องค์กร ระบบ ICT สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้หลายด้าน ตัวอย่างเช่น สามารถติดต่อสื่อสารกันได้สะดวก หรือที่เรียกว่า “การสื่อสารไร้พรหมแดน” ไม่ว่าจะอยู่ใกล้หรือไกลก็สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ทุกที่ทุกเวลา รวดเร็วและมีความทันสมัยอยู่เสมอ ช่วยพัฒนาระบบการศึกษาภายในพื้นที่ทุรกันดาร ให้สามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพิ่มความสามารถในการรักษาและดูแลสุขภาพของประชากรอย่างทั่วถึง และอื่นๆอีกหลายด้าน ทำให้การนำระบบ ICT มาประยุกต์ใช้ในองค์กรได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน
การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้งานอย่างแพร่หลาย ทำให้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศได้กลายเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินชีวิตของประชากรในสมัยนี้ บุคคลหรือองค์กรที่มีการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศจะสามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ ทันข่าวสาร ติดต่อสื่อสารและเดินทางสะดวก ส่งเสริมให้เกิดความแน่นแฟ้น ความมั่นคงและความเจริญก้าวหน้าภายในองค์กร ช่วยปรับปรุงพัฒนาคุณภาพชีวิตและปรับปรุงองค์กร เทคโนโลยีสารสนเทศไม่ได้ก่อให้เกิดผลดีแต่เพียงอย่างเดียว ผลเสียก็มีเช่นกันจะเห็นได้จากวิถีชีวิตของคนในสังคมเกิดการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่มีการดำเนินชีวิตแบบเรียบง่ายกลับกลายเป็นสังคมสมัยใหม่ที่ต้องมีการพึ่งพาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอยู่ตลอดเวลา เกิดภาวะความเป็นส่วนตัวมากขึ้น พูดคุยกันน้อยลง เกิดการแย่งชิง ต้องการในการใช้เทคโนโลยีมากขึ้น สูญเสียเวลาในการทำกิจกรรมอื่นๆ ไปอย่างเปล่าประโยชน์ รวมไปถึงทำให้เกิดการนำเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องแบ่งชนชั้นกันภายในสังคม แต่หากมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างพอดี เทคโนโลยีสารสนเทศจะเป็นตัวช่วยในการพัฒนาชีวิตได้เป็นอย่างดี
ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศได้ถูกนำมามาประยุกต์ใช้กับองค์กร ก่อเกิดธุรกิจแบบใหม่ ทั้งธุรกิจโทรคมนาคม การเงิน อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว การบันเทิง เนื่องมาจากแต่ละองค์กรต่างนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในองค์กร โดยช่วยในการจัดเก็บข้อมูลและบริหารงานบุคคล ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในสินค้าและบริการ ช่วยลดต้นทุน  เกิดการสร้างสรรค์และพัฒนาการบริหารจัดการ มีการคิดค้นพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับภายในองค์กรอยู่เสมอ ทำให้เกิดการแข่งขันสูงในแวดวงธุรกิจ ธุรกิจด้านต่างๆ มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น ทำให้แต่ละองค์กรต้องทำการปรับเปลี่ยนแปลงและเร่งพัฒนาองค์การอย่างรวดเร็ว เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กรให้ทัดเทียมและสามารถแข่งขันได้ทั้งระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาคและระดับประเทศ
(ที่มา : http://www.muangthai.co.th/webmtl)

เมืองไทยประกันชีวิต เป็นองค์กรหนึ่งที่ได้นำเอาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ในองค์กร องค์กรจะเน้นการสร้างความมั่นใจให้กับทุกๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยมุ่งไปที่ผู้เกี่ยวข้อง 4 กลุ่ม คือ Customer (ลูกค้า), ฝ่ายตัวแทนขาย, Partner และเจ้าหน้าที่หรือพนักงานของบริษัท Administrative Officer หลักสำคัญในการพัฒนาปรับใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในองค์กร จะคำนึงก่อนว่าปัจจุบันนวัตกรรมใดกำลังเป็นที่นิยม แล้วจึงนำมาพัฒนาปรับใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละกลุ่มผู้ใช้ เพื่อให้เกิดการเพิ่มประสิทธิภาการทำงานให้กับ 4 กลุ่มผู้เกี่ยวข้อง
กลุ่มลูกค้า ทำการวิเคราะห์โอกาสในการเข้าถึงตัวลูกค้า ให้ลูกค้ารู้สึกว่าใกล้ชิดกับเมืองไทยประกันชีวิตมากที่สุด ได้ทำการพัฒนาจุด Touch Point และมองเห็นว่าสิ่งที่ใกล้ตัวลูกค้ามากที่สุดคือ Smart Gadgets ทั้ง Smart Phone และ Tablets ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นวัยทำงานขึ้นไป มีการใช้งาน Facebook, Twitter เพื่อให้วัยรุ่นจดจำ Brand ของเมืองไทยประกันชีวิตได้ เมื่อวัยรุ่นเติบโตขึ้นมา เมื่อนึกถึงการประกันชีวิตก็จะทำให้นึกถึงเมืองไทยประกันชีวิตเป็นอันดับต้นๆ
                กลุ่มฝ่ายตัวแทนขาย วิเคราะห์ว่าจะทำอย่างไรทำให้ภาพลักษณ์ของฝ่ายขาย ดูเป็นมืออาชีพ เวลาไปนำเสนอขายประกันชีวิตให้กับลูกค้า ได้ทำการพัฒนาโปรแกรมนำเสนอขายประกันชิวิตสำหรับฝ่ายขาย โดยใช้งานบนอุปกรณ์พวก PDA ที่เรียกว่า Smart Proposal และ Smart Phone อีกทั้งยังได้พัฒนาโปรแกรมสำหรับใช้งานบนเครื่อง PC, Notebook และ Tablet เพื่อให้ฝ่ายขายเลือกใช้ตามความถนัด ผลจากการใช้งาน ทำให้ลูกค้ามองเห็นถึงความเป็นมืออาชีพและเกิดความน่าเชื่อถือ และพบว่าการใช้อุปกรณ์ในการขายทำให้สามารถปิดงานขายไดอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังมีการพัฒนาเทคโนโลยีให้ทางฝ่ายขายสามารถติดตามและเช็คผลงานของตนเอง สามารถทราบสถานะของใบคำขอประกันได้ และสามารถติดต่อไปยังลูกค้าได้รวดเร็ว โดยการแจ้ง SMS หรือแจ้งผ่าน e-mail
                กลุ่ม Partner (พันธมิตรทางธุรกิจ) ของเมืองไทยประกันชีวิต มีทั้งที่เป็นธนาคาร เช่น ธนาคารกสิกรไทย ธ.ก.ส. เป็นต้น องค์กรที่ไม่ใช่ธนาคาร เช่น เซ็นทรัลรีเทลคอร์ปอเรชั่น ซิงเกอร์ เป็นต้น องค์กรได้ทำการพัฒนาระบบงานขาย เช่น โปรแกรมใบเสนอขาย ระบบการติดตามผลงานด้านการขายและการทำงานอื่นๆ ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งแบบ Offline และ Online Real Time ในส่วนของโรงพยาบาล มีบริการติดตั้งระบบ Easy Care เพื่อเป็นทางเลือกให้กับโรงพยาบาลที่พร้อมจะใช้งานทดแทนระบบ Fax Claim ซึ่งจะทำให้ลูกค้าทราบถึงสิทธิ์ประโยชน์ ว่าได้รับสิทธิอะไรบ้างได้ทันที ระบบมีการทำงานแบบ Online Real Time
                กลุ่ม Administrative Officers มีการทำงานภายใต้ระบบ Workflow ทำให้สามารถตรวจสอบติดตามงานได้รวดเร็ว ลดการใช้กระดาษและการดำเนินการที่เป็นไปตามขั้นตอนที่กำหนดไว้อย่างเป็นมาตรฐาน ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นคือ การบริการลูกค้าที่มีประสิทธิภาพสูงสุด หากกรณีเกิดภัยพิบัติก็สามารถทำงานได้ โดยโอกาสที่เอกสารจะสูญหายน้อยมาก เนื่องจากมี Back up site ไว้แล้ว ทำให้องค์กรสามารถทำงานแบบ Anywhere, Anytime โดยที่ธุรกิจไม่หยุดชะงัก

(ที่มา : http://www.muangthai.co.th/webmtl)

                ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมีส่วนสำคัญในการพัฒนาองค์กร สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับงานด้านต่างๆขององค์กร โดยทำให้เกิดประโยชน์ในการแสวงหาความรู้เพิ่มเติมการบริหารจัดการองค์กร บริหารจัดการบุคคล บริหารจัดการทรัพยากร เพิ่มศักยภาพในการผลิตสินค้าและบริการ ให้ธุรกิจเกิดการขยายตัว หากมีการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในทางที่ผิดจะส่งผลเสียหลายด้าน เช่น การใช้งานระบบเทคโนโลยีมากเกิดความจำเป็นทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างคนในสังคมลดลง ลักลอบขโมยสูตรวัตถุดิบการผลิตขององค์กรไปเสนอขายบริษัทคู่แข่ง ทำการปล่อยไวรัสไปยังระบบคอมพิวเตอร์ทำให้ไม่สามารถใช้งานได้เกิดความเสียหายในการดำเนินงาน เป็นต้น

เอกสารอ้างอิง
[ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.muangthai.co.th/webmtl สืบค้น 22 กุมภาพันธ์ 2556
“เมืองไทยประกันชีวิต ใช้ไอทีสร้างความใกล้ชิด คงคอนเซ็ปต์หัวคิดทันสมัย.” [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.g-able.com/portal/page/portal/g-able/thai/our_success/success_V32_01/Vol_32_01.pdf สืบค้น 22 กุมภาพันธ์ 2556.
[ออนไลน์]. เข้าถึงได้จากhttp://simpletast.blogspot.com สืบค้น 22 กุมภาพันธ์ 2556