(ที่มา: http://simpletast.blogspot.com)
ความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีอย่างต่อเนื่อง
ส่งผลให้ธุรกิจในปัจจุบันเกิดการแข่งขันสูง มีการคิดค้นพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกสบายในการดำเนินชีวิต
การเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้แก่องค์กร จึงได้มีการนำเอาระบบ ICT (Information Communication
Technology) หรือ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มาประยุกต์ใช้ในองค์กรต่างๆ
เพื่อให้เกิดผลประโยชน์มากมายแก่องค์กร ระบบ ICT สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้หลายด้าน
ตัวอย่างเช่น สามารถติดต่อสื่อสารกันได้สะดวก หรือที่เรียกว่า
“การสื่อสารไร้พรหมแดน” ไม่ว่าจะอยู่ใกล้หรือไกลก็สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ทุกที่ทุกเวลา
รวดเร็วและมีความทันสมัยอยู่เสมอ ช่วยพัฒนาระบบการศึกษาภายในพื้นที่ทุรกันดาร
ให้สามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพิ่มความสามารถในการรักษาและดูแลสุขภาพของประชากรอย่างทั่วถึง
และอื่นๆอีกหลายด้าน ทำให้การนำระบบ ICT มาประยุกต์ใช้ในองค์กรได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน
การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้งานอย่างแพร่หลาย ทำให้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศได้กลายเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินชีวิตของประชากรในสมัยนี้
บุคคลหรือองค์กรที่มีการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศจะสามารถเข้าถึงแหล่งความรู้
ทันข่าวสาร ติดต่อสื่อสารและเดินทางสะดวก ส่งเสริมให้เกิดความแน่นแฟ้น ความมั่นคงและความเจริญก้าวหน้าภายในองค์กร
ช่วยปรับปรุงพัฒนาคุณภาพชีวิตและปรับปรุงองค์กร
เทคโนโลยีสารสนเทศไม่ได้ก่อให้เกิดผลดีแต่เพียงอย่างเดียว
ผลเสียก็มีเช่นกันจะเห็นได้จากวิถีชีวิตของคนในสังคมเกิดการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่มีการดำเนินชีวิตแบบเรียบง่ายกลับกลายเป็นสังคมสมัยใหม่ที่ต้องมีการพึ่งพาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอยู่ตลอดเวลา
เกิดภาวะความเป็นส่วนตัวมากขึ้น พูดคุยกันน้อยลง เกิดการแย่งชิง ต้องการในการใช้เทคโนโลยีมากขึ้น
สูญเสียเวลาในการทำกิจกรรมอื่นๆ ไปอย่างเปล่าประโยชน์ รวมไปถึงทำให้เกิดการนำเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องแบ่งชนชั้นกันภายในสังคม
แต่หากมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างพอดี
เทคโนโลยีสารสนเทศจะเป็นตัวช่วยในการพัฒนาชีวิตได้เป็นอย่างดี
ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศได้ถูกนำมามาประยุกต์ใช้กับองค์กร
ก่อเกิดธุรกิจแบบใหม่ ทั้งธุรกิจโทรคมนาคม การเงิน อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว
การบันเทิง เนื่องมาจากแต่ละองค์กรต่างนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในองค์กร โดยช่วยในการจัดเก็บข้อมูลและบริหารงานบุคคล
ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในสินค้าและบริการ ช่วยลดต้นทุน เกิดการสร้างสรรค์และพัฒนาการบริหารจัดการ
มีการคิดค้นพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับภายในองค์กรอยู่เสมอ ทำให้เกิดการแข่งขันสูงในแวดวงธุรกิจ
ธุรกิจด้านต่างๆ มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น ทำให้แต่ละองค์กรต้องทำการปรับเปลี่ยนแปลงและเร่งพัฒนาองค์การอย่างรวดเร็ว
เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กรให้ทัดเทียมและสามารถแข่งขันได้ทั้งระดับท้องถิ่น
ระดับภูมิภาคและระดับประเทศ
(ที่มา :
http://www.muangthai.co.th/webmtl)
เมืองไทยประกันชีวิต
เป็นองค์กรหนึ่งที่ได้นำเอาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ในองค์กร
องค์กรจะเน้นการสร้างความมั่นใจให้กับทุกๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
โดยมุ่งไปที่ผู้เกี่ยวข้อง 4 กลุ่ม คือ Customer (ลูกค้า), ฝ่ายตัวแทนขาย, Partner
และเจ้าหน้าที่หรือพนักงานของบริษัท Administrative Officer หลักสำคัญในการพัฒนาปรับใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในองค์กร
จะคำนึงก่อนว่าปัจจุบันนวัตกรรมใดกำลังเป็นที่นิยม
แล้วจึงนำมาพัฒนาปรับใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละกลุ่มผู้ใช้
เพื่อให้เกิดการเพิ่มประสิทธิภาการทำงานให้กับ 4 กลุ่มผู้เกี่ยวข้อง
กลุ่มลูกค้า
ทำการวิเคราะห์โอกาสในการเข้าถึงตัวลูกค้า
ให้ลูกค้ารู้สึกว่าใกล้ชิดกับเมืองไทยประกันชีวิตมากที่สุด ได้ทำการพัฒนาจุด Touch Point และมองเห็นว่าสิ่งที่ใกล้ตัวลูกค้ามากที่สุดคือ
Smart Gadgets ทั้ง Smart Phone และ Tablets
ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นวัยทำงานขึ้นไป มีการใช้งาน Facebook,
Twitter เพื่อให้วัยรุ่นจดจำ Brand ของเมืองไทยประกันชีวิตได้
เมื่อวัยรุ่นเติบโตขึ้นมา
เมื่อนึกถึงการประกันชีวิตก็จะทำให้นึกถึงเมืองไทยประกันชีวิตเป็นอันดับต้นๆ
กลุ่มฝ่ายตัวแทนขาย
วิเคราะห์ว่าจะทำอย่างไรทำให้ภาพลักษณ์ของฝ่ายขาย ดูเป็นมืออาชีพ
เวลาไปนำเสนอขายประกันชีวิตให้กับลูกค้า
ได้ทำการพัฒนาโปรแกรมนำเสนอขายประกันชิวิตสำหรับฝ่ายขาย โดยใช้งานบนอุปกรณ์พวก PDA ที่เรียกว่า Smart
Proposal และ Smart Phone อีกทั้งยังได้พัฒนาโปรแกรมสำหรับใช้งานบนเครื่อง
PC, Notebook และ Tablet
เพื่อให้ฝ่ายขายเลือกใช้ตามความถนัด ผลจากการใช้งาน
ทำให้ลูกค้ามองเห็นถึงความเป็นมืออาชีพและเกิดความน่าเชื่อถือ และพบว่าการใช้อุปกรณ์ในการขายทำให้สามารถปิดงานขายไดอย่างรวดเร็ว
อีกทั้งยังมีการพัฒนาเทคโนโลยีให้ทางฝ่ายขายสามารถติดตามและเช็คผลงานของตนเอง
สามารถทราบสถานะของใบคำขอประกันได้ และสามารถติดต่อไปยังลูกค้าได้รวดเร็ว
โดยการแจ้ง SMS หรือแจ้งผ่าน e-mail
กลุ่ม
Partner (พันธมิตรทางธุรกิจ)
ของเมืองไทยประกันชีวิต มีทั้งที่เป็นธนาคาร เช่น ธนาคารกสิกรไทย ธ.ก.ส. เป็นต้น
องค์กรที่ไม่ใช่ธนาคาร เช่น เซ็นทรัลรีเทลคอร์ปอเรชั่น ซิงเกอร์ เป็นต้น องค์กรได้ทำการพัฒนาระบบงานขาย
เช่น โปรแกรมใบเสนอขาย ระบบการติดตามผลงานด้านการขายและการทำงานอื่นๆ
ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งแบบ Offline และ Online Real
Time ในส่วนของโรงพยาบาล มีบริการติดตั้งระบบ Easy Care เพื่อเป็นทางเลือกให้กับโรงพยาบาลที่พร้อมจะใช้งานทดแทนระบบ Fax
Claim ซึ่งจะทำให้ลูกค้าทราบถึงสิทธิ์ประโยชน์
ว่าได้รับสิทธิอะไรบ้างได้ทันที ระบบมีการทำงานแบบ Online Real Time
กลุ่ม Administrative
Officers มีการทำงานภายใต้ระบบ Workflow ทำให้สามารถตรวจสอบติดตามงานได้รวดเร็ว
ลดการใช้กระดาษและการดำเนินการที่เป็นไปตามขั้นตอนที่กำหนดไว้อย่างเป็นมาตรฐาน
ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นคือ การบริการลูกค้าที่มีประสิทธิภาพสูงสุด หากกรณีเกิดภัยพิบัติก็สามารถทำงานได้
โดยโอกาสที่เอกสารจะสูญหายน้อยมาก เนื่องจากมี Back up site ไว้แล้ว
ทำให้องค์กรสามารถทำงานแบบ Anywhere, Anytime โดยที่ธุรกิจไม่หยุดชะงัก
(ที่มา :
http://www.muangthai.co.th/webmtl)
ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมีส่วนสำคัญในการพัฒนาองค์กร
สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับงานด้านต่างๆขององค์กร
โดยทำให้เกิดประโยชน์ในการแสวงหาความรู้เพิ่มเติมการบริหารจัดการองค์กร
บริหารจัดการบุคคล บริหารจัดการทรัพยากร เพิ่มศักยภาพในการผลิตสินค้าและบริการ
ให้ธุรกิจเกิดการขยายตัว หากมีการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในทางที่ผิดจะส่งผลเสียหลายด้าน
เช่น การใช้งานระบบเทคโนโลยีมากเกิดความจำเป็นทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างคนในสังคมลดลง
ลักลอบขโมยสูตรวัตถุดิบการผลิตขององค์กรไปเสนอขายบริษัทคู่แข่ง
ทำการปล่อยไวรัสไปยังระบบคอมพิวเตอร์ทำให้ไม่สามารถใช้งานได้เกิดความเสียหายในการดำเนินงาน
เป็นต้น
เอกสารอ้างอิง
[ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.muangthai.co.th/webmtl
สืบค้น 22 กุมภาพันธ์ 2556
“เมืองไทยประกันชีวิต
ใช้ไอทีสร้างความใกล้ชิด คงคอนเซ็ปต์หัวคิดทันสมัย.” [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.g-able.com/portal/page/portal/g-able/thai/our_success/success_V32_01/Vol_32_01.pdf
สืบค้น 22 กุมภาพันธ์ 2556.


